วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Basic Linux Command

แสดงรายการในแฟ้ม: - ls
โปรแกรม ls (LiSt) แสดงรายการของไฟล์เป็นสีๆที่เรียบเรียงสมบรูณแล้ว

สร้างแฟ้ม:- mkdir (ชื่อของแฟ้ม)
คำาสัง่ mkdir (MaKeDIRectory) จะสร้างแฟ้มใหม่ขึ้น

เปลี่ยนแฟ้ม: - cd (ตำาแหน่งของแฟ้มใหม่ ต.ย./directory/location)
คำาสัง่ cd (ChangeDirectory) จะเปลี่ยนแฟ้มปัจจุบันของท่านเป็นแฟ้มใหม่ที่ท่านสั่ง

ทำาสำาเนาใหม่ของไฟล์/แฟ้ม: - cp (ชื่อไฟล์ หรือ แฟ้ม) (ชื่อสำาเนาใหม่ของไฟล์หรือแฟ้ม)
โปรแกรม cp (CoPy) จะทำาสำาเนาไฟล์ที่ท่านต้องการ. คำาสัง่ cp -r จะทำาสำาเนาแฟ้มที่ท่านต้องการ

ลบ ไฟล์/แฟ้ม: - rm (ชื่อไฟล์หรือแฟ้ม)
คำาสัง่ rm (ReMove) จบลบไฟล์ที่ท่านสัง่ . คำาสัง่ rm -rf จะลบแฟ้มที่ท่านสัง่

เปลี่ยนชื่อหรือย้ายไฟล์/แฟ้ม: - mv (ชื่อไฟล์หรือแฟ้ม)
คำาสัง่ mv (MoVe) จะเปลี่ยนหรือย้ายไฟล์หรือแฟ้มตามที่ท่านสั่ง

ค้นหาไฟล์/แฟ้ม: - locate (ชื่อของไฟล์หรือแฟ้ม)
คำาสัง่ locate จะ ค้นเครื่องของคุณสำาหรับไฟล์ใดๆที่คุณเจาะจง มันจะใช้ดัชนีของไฟล์ในระบบของคุณเพื่อที่จะทำางาน

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทฤษฎีลำดับขั้น ความต้องการ( Maslow’s Hierarchical Theory of Motivation )

ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ(Maslow’s Hierarchical Theory of Motivation) Maslow เชื่อว่าพฤติกรรมของมนุษย์เป็นจำนวนมากสามารถอธิบายโดยใช้แนวโน้มของบุคคลใน การค้นหาเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตของเขาได้รับความต้องการ ความปรารถนา และได้รับสิ่งที่มีความหมายต่อตนเอง เป็นความจริงที่จะกล่าวว่ากระบวนการของแรงจูงใจเป็นหัวใจของทฤษฎีบุคลิกภาพ ของ Maslow โดยเขาเชื่อว่ามนุษย์เป็น “สัตว์ที่มีความต้องการ” (wanting animal) และเป็นการยากที่มนุษย์จะไปถึงขั้นของความพึงพอใจอย่างสมบูรณ์ ในทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจใน สิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความต้องการจะได้รับสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ
ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ ( The Need –Hierarchy Conception of Human Motivation )
Maslow กล่าวว่าความปรารถนาของมนุษย์นั้นติดตัวมาแต่กำเนิดและความปรารถนาเหล่านี้ จะเรียงลำดับขั้นของความปรารถนา ตั้งแต่ขั้นแรกไปสู่ความปรารถนาขั้นสูงขึ้นไปเป็นลำดับ Maslow เรียงลำดับความต้องการของมนุษย์จากขั้นต้นไปสู่ความต้องการขั้นต่อไปไว้เป็น ลำดับดังนี้

ขั้นที่ 1 ความต้องการทางกาย (Physiological Needs)
คือความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต

ขั้นที่ 2 ความต้องการความ มั่นคงปลอดภัย (Safety and Security Needs)
คือความต้องการที่จะมีชีวิตที่มั่นคง ปลอดภัย

ขั้นที่ 3 ความต้องการความรักและการเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม (Love and Belonging Needs)
มนุษย์เมื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มใดก็ต้องการให้ตนเป็นที่รักและยอมรับในกลุ่มที่ตนอยู่

ขั้นที่ 4 ความต้องการได้ รับการยกย่องจากผู้อื่น (Self -Esteem Needs)
เป็นความต้องการในลำดับต่อมา ซึ่งความต้องการในชั้นนี้
ถ้าได้รับจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจใจตนเอง

ขึ้นที่ 5 ความต้องการในการเข้าใจและรู้จักตนเอง (Self-Actualization Needs)
เป็นความต้องการชั้นสูงของมนุษย์ ซึ่งน้อยคนที่จะประสบได้ถึงขั้นนี้

มาสโลว์ได้กล่าวเน้นว่า ความต้องการต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเกิดเป็นลำดับขั้น
และจะไม่มีการข้ามขั้น ถ้าขั้นที่ 1 ไม่ได้รับการตอบสนอง ความต้องการในลำดับขั้นที่ 2-5 ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้
การ ตอบสนองที่ได้รับในแต่ละขั้นไม่จำเป็นต้องได้รับทั้ง 100% แต่ต้องได้รับบ้างเพื่อจะได้เป็นบันไดนำไปสู่การพัฒนาความต้องการในระดับที่ สูงขึ้นในลำดับขั้นต่อไป

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=wbj&month=07-12-2007&group=29&gblog=3

คิดถึง...ศิราณี ผู้เป็นยิ่งกว่าที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ....[คุณถนอม อัครเศรณี (ศิราณี)]


หนูรัก ก.มาก แต่ ก.กลับไปรัก ข.หนูจะทำอย่างไรดีให้ ก.กลับมารักหนูคะ"

หนูรัก น.มาก เอาใจเขาทุกอย่างเลย อยากถามพี่ศิราณีว่า น.รักหนูหรือเปล่า"


เมื่อ 20-30 ปีก่อน ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก "ศิราณี" ผู้คลี่คลายปัญหารัก

ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ นิตยสารหัวไทย "ขวัญเรือน" 

ช่วงนี้ดิฉันกำลังอ่านหนังสือ "The 40 Year Old Magazine" นิตยสารขวัญเรือน ซึ่งมีอายุครบ 40 ปีฉบับแรกแจกฟรีพร้อมหนังสือรายสัปดาห์ศรีสยามเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2511 ดิฉันเคยอ่านขวัญเรือนและชื่นชม เพราะเป็นหนังสือหัวไทยไม่กี่หัวที่เหลืออยู่ในเมืองไทย นิตยสารใหม่ๆ เป็นหัวฝรั่งกันไปเกือบหมดแล้ว

อ่านเรื่องเล่าของบรรณาธิการ คุณพนิดา ชอบวณิชชา เล่าถึงที่มา กว่าจะเป็นขวัญเรือน 

คุณพนิดา ได้กล่าวถึง คุณศิราณี ในหนังสือเล่มนี้ว่า........... 

"คุณ ศิราณี เป็นเจ้าของคอลัมน์ตอบจดหมายที่ดังระเบิดและได้รับความนิยมจากผู้อ่านมาก ทั่วประเทศ ใครมีปัญหาอะไรก็อยากเขียนถามศิราณี ให้ศิราณีช่วยตอบ โดยเฉพาะปัญหาหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรักสามเส้า รักเขาข้างเดียว เขารักเราหรือเปล่าฯลฯ ข้อความในจดหมายเช่น ...หนูรัก ก.แต่ ก.กลับไปรัก ข. หนูจะทำอย่างไรให้ ก.รักหนูคะ?....หนูรัก น.มาก หนูเอาใจเขาทุกอย่างเลย อยากถามพี่ศิราณีว่า น.รักหนูหรือเปล่า?....

ศิราณียุคนั้นโด่งดังเป็นพลุชินดที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ก็เป็นความโชคดีจุดหนึ่งของขวัญเรือนที่คุณศิราณี หรือชื่อจริงคือ คุณถนอม อัครเศรณี(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ท่านยินดีเปิดคอลัมน์ตอบปัญหาในขวัญเรือน และตั้งชื่อคอลัมน์ว่า "ศิราณีคลี่คลายปัญหารัก"

คุณ ถนอมเป็นผู้ใหญ่ใจดี ใจเย็น สุภาพมาก พูดจานุ่มนวล มีความรอบรู้ถึงจิตใจผู้อื่น ท่านสามารถรับฟังปัญหาของคนมีทุกข์ได้ด้วยความเข้าใจ พร้อมวิเคราะห์ปัญหาละเอียดถูกต้องก่อนจึงตอบ...."
  

อ้าว...ศิราณี เป็นผู้ชายหรือนี่ ดิฉันเลยเกิดอยากรู้จักท่านมากขึ้น เคยอ่านท่านตอบปัญหาในขวัญเรือน (เออนะ...ทำไมเราอ่านปัญหารักของคนอื่นนิ )

ถามพี่กูเกิ้ลดู...หาไม่พบประวัติของท่าน
แต่ไปพบบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ คุณถนอม อัครเศรณี ในหลายเว็บไซต์
กรณีที่มีความสับสนว่า กลอนบทหนึ่ง ชื่อ "หัวใจเมือง" อันมีความว่า
"...เมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า
เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนั้นไม่ช้าอับจน
เมืองใดไม่มีพณิชเลิศ เมืองนั้นย่อมเกิดขัดสน
เมืองใดไร้ศิลป์โสภณ เมืองนั้นไม่พ้นเสื่อมทราม
เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยาม
เมืองใดไร้นารีงาม เมืองนั้นสิ้นความภูมิใจ
เมืองใดไม่มีดนตรีเลิศ เมืองนั้นไม่เพริศพิสมัย
เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่นอน..."
บทประพันธ์นี้ถูกนำไปเผยแพร่ และกล่าวว่าเป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อ เมื่อเกิดคำถามว่า บทประพันธ์นี้ปรากฎในพระราชนิพนธ์เรื่องใด กลับไม่มีใครทราบ มีผู้พยายามหาคำตอบ ศึกษาบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ไม่พบปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์เรื่องใด แต่ยังมีผู้เผยแพร่อยู่ต่อไปว่าเป็นบทพระราชนิพนธ์ ปรากฏตามสื่อและเว็บไซต์ต่างๆ ก็มิได้แก้ไขให้ถูกต้อง
ศาสตราจารย์ มล.ปิ่น มาลากุล ได้เขียนลงใน"มานวสาร" ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 ม.ค.2528
บทความนั้นชื่อว่า " กังวลเรื่องเมืองกังวล "
"เมืองกังวล" คือชื่อเพลง ที่มีเนื้อร้องจากบทประพันธ์ "หัวใจเมือง"
กล่าวว่า...บทกลอนนี้ผู้แต่งคือ คุณถนอม อัครเศรณี
คุณถนอมประพันธ์กลอนบทนี้ให้โรงเรียนประจำอำเภอบ้านโป่ง (ราว พ.ศ. ๒๔๙๒) แรกนั้นตั้งชื่อว่า "หัวใจเมือง" ใช้นามปากกา "อัครรักษ์"
หลาย ปีต่อมา คุณสง่า อารัมภีร์ ประทับใจคำประพันธ์บทนี้เป็นพิเศษ จึงประพันธ์ทำนองเพลงเพื่อส่งเข้าประกวดในงานวชิราวุธานุสรณ์ โดยได้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่ว่า“เมืองกังวล” แต่คุณสง่า ได้โทรศัพท์สอบถามคุณถนอมว่าเป็นพระราชนิพนธ์หรือไม่ คุณถนอมได้ตอบคุณสง่าว่า “เป็นบทกลอนของผมเอง” คุณสง่าจึงไม่ส่งเพลงนี้เข้าประกวดเนื่องจากผิดกติกา

ปัญหาสุดท้ายที่ ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ม.ล. ปิ่น มาลากุล ยังติดใจสงสัยอยู่ก็คือใครหนอเป็นผู้นำเพลงที่ไม่ได้ส่งเข้าประกวดไปเผยแพร่
ประการ ต่อมา ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ เสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ แต่กลอนบทนี้ประพันธ์ขึ้นเมื่อราว พ.ศ. ๒๔๙๒ หลังปีเสด็จสวรรคตถึง ๒๔ ปี แล้วจะเป็นงานพระราชนิพนธ์อย่างไรได้ ในเมื่อผู้ทรงนิพนธ์ได้เสด็จสวรรคตไปแล้ว
และท้ายบทความท่านยังกล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า
"ความ เข้าใจผิดนั้นเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนย่อมมีกันได้ หากประเด็นสำคัญอยู่ที่เมื่อเราทราบแล้วว่าเราเข้าใจผิด เราควรยินดีที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดนั้นให้ถูกต้อง ผมเองไม่ได้เป็นผู้วิเศษมาจากไหน เพราะเข้าใจผิดมาก่อนเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเข้าใจผิดและทราบความจริงแล้ว ผมจะไม่ดันทุรังต่อไปเพียงเพื่อ " รักษาความเชื่อที่ฉันเคยเชื่อมา "
และมีจดหมายจากคุณถนอม อัครเศรณี ถึง " อิงอร " ด้วย(บางตอน)ว่า
"เพื่อนฝูง คิดดูเถิด บทกลอนของผมนั้นเปรียบได้เพียงเศษธุลี เป็นละอองธุลีพระบาทของบทพระราช นิพนธ์ในพระองค์ท่าน เมื่อมีเหตุการณ์ทำให้ประชาชนเกิดความสำคัญผิดพลาดเช่นนี้ ขืนเพิกเฉยต่อไปมิเท่ากับว่าผมปล่อยให้ราคีเกิดแปดเปื้อนแก่บทพระราชนิพนธ์ ในพระองค์ท่านด้วยความมิบังควรเช่นนั้นละหรือ? 


ช่วยชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจความเป็นจริงโดยถูกต้องด้วยเถิด-"อิงอร" เพื่อนรัก จะเป็นบุญคุณหาที่เปรียบมิได้

รักและสุจริตใจ

ถนอม อัครเศรณี

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๗
............
ขอขอบคุณ คุณฌานิศ วงศ์สุวรรณ...ท่านสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
บทความของ มล.ปิ่น มาลากุล และจดหมายของคุณถนอม อัครเศรณี   ได้ที่
http://hello-siam.blogspot.com/2008/07/blog-post_30.html
จากการถามพี่กูเกิ้ล เพื่อนำทางไปหาประวัติของคุณถนอม อัครเศรณี (ศิราณี)
แต่โชคดีได้รับความรู้ใหม่ข้างต้น
และยังไปเจออีกหลายบทความเช่น..10 กฎเหล็กในการเป็นศิราณี จากนิตยสารลิซ่า
มี บางเว็บ ไม่นำมาเปิดเผยในที่นี้จะดีกว่า...ศิราณีไขปัญหารัก มีภาพชายหนุ่มมากหน้าหลายตา เผยรสนิยมทางเพศ นุ่งน้อยห่มนิด หาเพื่อนทางเว็บไป...ซะงั้น
ศิราณี..ในความทรงจำของคนรุ่นเก่า(ก็ได้) คือ ผู้รอบรู้ไขปัญหารักผ่านอักษร
ศิราณี..ปัจจุบัน กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ให้คำปรึกษาปัญหาหัวใจโดยใครก็ตาม อาจผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต หรือ คนต่อคน
"อกหักเรอะ...มามะ ชั้นจะเป็นศิราณีให้เธอเอง"

Credit : http://www.oknation.net/blog/korpai

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Ubuntu : ทางแก้ของUserง่าย ๆ เมือ Launcher, Panel, Unity หายไป!!

เกิดเรื่องเมื่อนู๋ซนจนได้เรื่อง Launcher, Panel, Unity  หายไป!! ของ Ubuntu แต่ก็มีทางแก้ไขง่าย ๆ  ดังน้ค่ะ

1) Click ขวาตรงที่ว่างบน Desktop เลือก create luncher
2) จะมีหน้าต่างขึ้นมา และช่องให้เรากลอก เลือก application
3) ช่อง name ใส่ชื่อะไรก็ได้ และในช่อง command ใส่ ccsm แล้ว Click ตกลง
4) Desktopจะมีไอค่อน compiz ปรากฏขึ้น ให้Clickเลือกเลย และจะมีหน้าต่างของ Compiz Config Configuration Settings Manager(CCSM)
5) เลือก Category เป็น Desktop และเลือกติ๊กเครื่องหมายถูก ที่Ubuntu Unity Plugin

แค่นี้ก็จะได้ Unity กลับมาใช่แล้ว เหอะ ๆๆ

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

ฝึกงาน NECTEC ~ HLT >>>22 มีนาคม 2554

บันทึกากรฝึกงาน(22 มีนาคม 2554)
วัน ที่สองของการฝึกงานตื่นสายไป 20 นาที(ปกติจะตื่น 05:15 AM)นึกว่าจะไม่ทันสะแล้วแต่ก็ยังไปถึงก่อนเวลาอยู่ดีคืประมาณ 07:30 AM เลยไปกินข้าวก่อนเพราะเข้าแลปตอน 08:00 AM ไปถึงหน้าห้องเข้าไม่ได้Oo!ตกใจ! ดูเวลาในเครื่องสแกนเข้ามันคือเวลา 07:59 AM กับ 30 วินาที  - -"ต้องรอเข้าห้องรู้สีกว่าตรงเวลามาก ^^ สุดยอด  เข้ามาเป็นสองคนในห้องเงียบมากแล้วก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรด้วยเนื่องจาก เครื่องยังไม่สามารถลงทะเบียนได้  แต่สักพักรู้คนอีกคนอยู่อีกด้าน(มีฉากกั้นกันไงระหว่างโต๊ะต่าง ๆ) ไม่นานพี่ ๆ ค่อยเข้ามาทีหลังและได้กล่าวทักทาย พี่ก่อบอกว่างงีบก่อนก็ได้นะ(หลังจากเห็นสภาพเราสองคน)เลยงีบกัลไปนิสหน่อย ตื่นอีกทีตอนพี่โคนันมานั่งอยู่แล้ว พี่บอกขำ ๆ ว่าตรงโซนนี้มีแต่คนหน้าตาง่วงนอนเต็มไปหมดเลย(รวมพี่ก่อด้วย)หลังจากนั้น พี่โคนันก็ไม่อยู่ไปประชุมเหมือนเช่นเคย  ประมาณ 12:15 PM พี่ก่อและพี่โบว์ชวนไปกินข้าว หลังจากกลับมาพีก็ให้ช่วยจัดการกับเก็บข้อมูล CDของ NSC2011  พี่แมวมาลงทะเบียนเครื่องให้จึงเข้าไปอัพบันทีกปละปรากฎว่า พบว่าภาพตัวเองตอนหลับโดนแอบถ่ายโดยพี่โคนัน พี่ก่อบอกพี่เค้าแกล้งแบบนี้ี้ประจำโดนบ่อย หลังจากเสร็จแล้วมิ้นก็ไปทำเกี่ยวกับภาพที่ยังไม่เสร็จกับพี่แมวสรกับมานั่ง ที่เดิม(อยู่ด้านหลังระหว่างพี่โคนันกับพี่ก่อ สรกับมิ้นนั่งติดกัล) หลังจากนั้นไม่นานมิ้นเข้าไปช่วยพี่แมวตัดกระดาษ QR code สรเลยไปทำเกี่ยวกับภาพต่อ ขณะนั้นพี่ ๆ ก็ทดสอบ QR code ว่าใช้ได้ไหมโดยเถียงกับขำ ๆ ระหว่าง iphone 4 ของพี่โต กัน Android ของพี่ตุ้ย คนในแลป ฮากันมากมาย  หลังจากเสร็จงานพวกนี้แล้วพวกเราก็มานั่งประจำที่ต่อ สักพักพี่โบว์ บอกว่าพี่โคนันเรียกไปที่ห้องประชุมชั้นสามพี่เริ่มแนะนำถึง AIML และสอนวิธีการใช้อย่างคราว ๆ พร้อมกับมอบหมายนำตัวนี้ไปพัฒนาปรับให้เข้า ศิราณี ศรีสยาม  หลังจากนั้นก็นั่งทดสอบเล่นไปเรื่อย ๆระหว่างนั้น พี่โคนันถามถึงการประกวด ที่ผ่านมาด้วยว่ากรรมการถามอะไรบ้าง เพราะพี่ไม่ค่อยเข้าไปเป็น พวกเราสองคนเลยตอบแบบขำ ๆ ไปว่าถ้าพี่ตรวจคงไม่ได้รางวัลแน่นอน พี่จึงหันไปคุยกับอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาด้วยก่นอหน้านี้  จนถึงเวลากลับรถโรงเรียน(รถของทาง สวทช.)หลังจากได้ลองนั่งแล้วสรกับมิ้นจึงได้ข้อสรุปว่านั่งรถตู้ดีกว่าแพง กว่ากัน 6 บาทแต่ถึงเร็วก่วา 30 นาที จากอนุสาวรีย์ชัยถึง สวทช.

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

ฝึกงาน NECTEC วันแรก ~ HLT >>>21 มีนาคม 2554


21 มีนาคา 2554
วันแรกของการฝึกงาน ~ นั่งรถจากอนุสาวรีย์ตั้งแต่ 06:30AM มาถึง 07:30AM มาทางตอนแรกทางฝ่ายบริการทรัพยากรบุคคลบอกให้เข้ารายงานตัวเข้าฝึกงานในวัน ที่ 1 เมษายน 2554
เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุม 101 ชั้น 1 อาคารสำนักงานกลาง เลขที่ 111
อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
แต่ให้เอาเอกสารที่ยังส่งไม่ครบมาส่งให้ครบก่อนแล้วไปฝึกงานต่อกับพี่ ๆแต่พอไปถึงเข้าจริงก็รอเข้าฟังปฐมนิเทศตั้งแต่ 08:00 AM
แต่ ฟังจริง ๆ ตอน 09:00 AM กว่าเพื่อนๆๆจะมากันครบทุกคนาได้รู้จัดเพื่อน ๆ ที่แลปอื่นด้วย ปรากฏว่าคนมามากว่าเดิมจึงย้ายห้องไปห้องที่ใหญ่กว่าเดิมห้องข้าง ๆๆ
 พอ คุณชูชาติผู้เข้ามาปฐมนิเทศกล่าวทักทายและถามว่ามาจากมหาวิยาลัยใดบ้างจาก นั้นก็กล่าวถึง สวทช.ในแง่มุมต่าง ๆๆ ทั้งสถานะภาพ วิศัยทัศน์ พอถึงสิ่งที่ควรรู้เมื่ออยู่ที่ สวทช.
กล่าวถึงว่าสวทช.มี 6 หน่วยงาน   ถามถึงการมาฝึกงานโดยเดินทางหรือพักที่ใดหลังจากนั้นบอกถึงเส้นทางการ เดินทางที่ทางสวทช.มีรถรับส่งให้ และมีที่พักในสวทช.แต่พอดีประชาสัมพันไม่ทันเลยไม่มีใครทราบและได้อยู่ปี หน้าจะประกาศอย่างเป็นทางการ
พูดถึงเรื่องมรรยาทในการแต่งตัวที่จะ ต้องเป็นชุดของสถาบันที่ตัวเองมาเท่านั้น ถึงพี่ที่แล็ปจะบอกให้ใส่ชุดธรรมดาได้แต่เพื่อกาลเทศะที่ถูกต้องก็ควรที่จะ ใส่ชุดนักศึกษาและบอกว่ามีค่าตอบแทนให้วันละ 150 บาท บางหน่วยงานอาจไม่ได้
หลัง จากนั้นก็มีพี่จากฝ่ายบริการทรัพยากรบุคคลมาจี้แจ้งเรื่องเอกสารต่าง ๆให้คลละ 1 ชุด และให้กรอกเอกสารที่ให้(เคยกรอกไปแล้วก็ต้องกรอกใหม่)หลังจากนั้น
ก็ เรียกเก็บที่ละหน่วยงานเริ่มจาก NECTEC ก่อนจากนั้นก็เรียกไปเรื่อย ๆ (หลังจากได้เก็บแล้วรับใบสำหรับกรอกบัตรเข้าออกห้องแล็ปแล้วจะให้ออกไปเลย)
ออก มาจากห้องปฐมนิเทศ  ~เดินมายังตึกของแล็ป HLTห้อง 216 ชั้น 2 (11:25 AM)มาหาพี่โคนัน(พี่ที่ดูแล)มาถึงก็ต้องอมยิ้มเพราะที่นั้งไม่พอ(พี่บอกว่า ต้องเล่นเกาอี้ดนตรีเลยที่เดี๋ยวใครมาสายไม่มีที่นั่ง ^^)
พี่โคนั้น ได้แนะนำให้รู้จักพี่ที่ห้องแล็ปแต่ยังไม่ครบทุกคนแต่รู้จักคนที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อน จากนั้นพวก ๆ พี่ ๆ ช่วยกันจัดที่นั่งให้ย้ายของและย้ายserverของ ABDULด้วยเพื่อให้มีที่นั่งพอ(แตยังไม่พอ)
หลังจากนั้นก็ได้ดำเนินการ ทำเรื่องบัตรเข้าออกต้องไปรับตอน  14:00PM ถามพี่โคนันว่าต้องทำอะไรบ้างพี่บอกว่าให้ต่อเนตกับติดตั้งโปรแกรมให้ได้ ก่อนแล้วค่อยว่ากันเพราะช่วงบ่ายพี่ไม่อยู่ต้องไปข้างนอก
ประมาณ เที่ยงกว่า ๆ พี่ก่อ(พี่ที่แล็ป)และพี่โบว์(พี่ที่ประกวด NSC:2011ด้วยกัล)เพราะยังต่ออินเตอร์เนตไม่ได้เพราะเครื่องยังไม่ได้ลง Mac Address จึงชวนไปกินก่อนข้าวหลังกลับมาพี่โคนัน
ลงMac Addressให้แต่ไม่สำเร็จเลยเปลี่ยนมาใช้wirelessชั่วคราวแทนไปก่อน หลังจากนั้นพี่ก็ให้เล่นเนตไปก่อนเพราะพี่ไม่อยู่ช่วงบ่าย พอดีพี่เห็นว่าเขียนบันทีกฝึกงานอยู่ก็เลยบอกให้เขียนบันทีกในกลุ่มABDUL's Internshipด้วย
เพราะปกติเขียนทุกคนที่เข้ามาฝึกงาน  หลังพี่โคนันก็ออกไปเราก็นั่งเขียนบันทึก    ~14:20PMได้รับบัตรสำหรับเข้าห้องแล็ปพร้อมบอกว่าเป็นนักศึกษาฝึกงาน  หลังจากได้บัตรมาแล้วพี่ ๆ ในบ้าห้องแล็ปให้ช่วยงานนิดหน่อยเกี่ยวกับการแต่งภาพ
ทั้งสรและมิ้น  สรทำกับพี่หน่อย(พี่ที่แล็ป)มิ้นทำกับพี่แมว(พี่ที่แล็ป)ระหว่างนั้นสรก็ ได้พูดคุยกับพี่หน่อยพี่เค้าถามว่ามายังไงแล้วเดินทางด้วยอะไร  พี่เขาเลยแนะนำเส้นทางพร้อมกับไปซื้อบัตรรถของทาง สวทช.สรเสร็จก่อน(ของมิ้นเยอะกว่า)
สรเลยถามพี่เค้าว่ามีอะไรให้ช่วย อีกไหมค่ะ พี่จึงให้ช่วยดูไฟล์ที่แปลงจาก PDFเป็นไฟล์ธรรมดาของ NSC2011 ทำไปได้ไม่กี่ไฟล์มีงานด่วนกว่าเข้ามาพี่เลยให้ช่วยจัดหาคู่คำแต่ขณะนั้น เป็นเวลา
ประมาณ 16:30 พี่จึงให้งานกลับไปทำที่บ้านให้แบ่งกับมิ้น(มิ้นยังทำส่วนที่เหลือของการ แต่งภาพไม่เสร็จเห็นบอกว่าเยอะ)หลังจากนั้นผ่านไปสักพักประมาณ 16:50 พี่ให้กลับก่อนเดี๋ยวไม่ทันรถของทาง สวทช.ที่จะออกตรงเวลา
คือ 17:15 พี่ ๆบอกให้ไปก่อนเดี๋ยวไม่มีที่นั่ง(พี่ ๆ ใจดีมากเลยทุกคน)จากนั้นพี่เค้าฝากพี่คนหนึ่งให้พาไปส่งที่รถและขึ้นรถกลับ บ้านและทำงานต่อที่บ้าน~จบการทำงานวันแรก