วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คิดถึง...ศิราณี ผู้เป็นยิ่งกว่าที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ....[คุณถนอม อัครเศรณี (ศิราณี)]


หนูรัก ก.มาก แต่ ก.กลับไปรัก ข.หนูจะทำอย่างไรดีให้ ก.กลับมารักหนูคะ"

หนูรัก น.มาก เอาใจเขาทุกอย่างเลย อยากถามพี่ศิราณีว่า น.รักหนูหรือเปล่า"


เมื่อ 20-30 ปีก่อน ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก "ศิราณี" ผู้คลี่คลายปัญหารัก

ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ นิตยสารหัวไทย "ขวัญเรือน" 

ช่วงนี้ดิฉันกำลังอ่านหนังสือ "The 40 Year Old Magazine" นิตยสารขวัญเรือน ซึ่งมีอายุครบ 40 ปีฉบับแรกแจกฟรีพร้อมหนังสือรายสัปดาห์ศรีสยามเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2511 ดิฉันเคยอ่านขวัญเรือนและชื่นชม เพราะเป็นหนังสือหัวไทยไม่กี่หัวที่เหลืออยู่ในเมืองไทย นิตยสารใหม่ๆ เป็นหัวฝรั่งกันไปเกือบหมดแล้ว

อ่านเรื่องเล่าของบรรณาธิการ คุณพนิดา ชอบวณิชชา เล่าถึงที่มา กว่าจะเป็นขวัญเรือน 

คุณพนิดา ได้กล่าวถึง คุณศิราณี ในหนังสือเล่มนี้ว่า........... 

"คุณ ศิราณี เป็นเจ้าของคอลัมน์ตอบจดหมายที่ดังระเบิดและได้รับความนิยมจากผู้อ่านมาก ทั่วประเทศ ใครมีปัญหาอะไรก็อยากเขียนถามศิราณี ให้ศิราณีช่วยตอบ โดยเฉพาะปัญหาหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรักสามเส้า รักเขาข้างเดียว เขารักเราหรือเปล่าฯลฯ ข้อความในจดหมายเช่น ...หนูรัก ก.แต่ ก.กลับไปรัก ข. หนูจะทำอย่างไรให้ ก.รักหนูคะ?....หนูรัก น.มาก หนูเอาใจเขาทุกอย่างเลย อยากถามพี่ศิราณีว่า น.รักหนูหรือเปล่า?....

ศิราณียุคนั้นโด่งดังเป็นพลุชินดที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ก็เป็นความโชคดีจุดหนึ่งของขวัญเรือนที่คุณศิราณี หรือชื่อจริงคือ คุณถนอม อัครเศรณี(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ท่านยินดีเปิดคอลัมน์ตอบปัญหาในขวัญเรือน และตั้งชื่อคอลัมน์ว่า "ศิราณีคลี่คลายปัญหารัก"

คุณ ถนอมเป็นผู้ใหญ่ใจดี ใจเย็น สุภาพมาก พูดจานุ่มนวล มีความรอบรู้ถึงจิตใจผู้อื่น ท่านสามารถรับฟังปัญหาของคนมีทุกข์ได้ด้วยความเข้าใจ พร้อมวิเคราะห์ปัญหาละเอียดถูกต้องก่อนจึงตอบ...."
  

อ้าว...ศิราณี เป็นผู้ชายหรือนี่ ดิฉันเลยเกิดอยากรู้จักท่านมากขึ้น เคยอ่านท่านตอบปัญหาในขวัญเรือน (เออนะ...ทำไมเราอ่านปัญหารักของคนอื่นนิ )

ถามพี่กูเกิ้ลดู...หาไม่พบประวัติของท่าน
แต่ไปพบบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ คุณถนอม อัครเศรณี ในหลายเว็บไซต์
กรณีที่มีความสับสนว่า กลอนบทหนึ่ง ชื่อ "หัวใจเมือง" อันมีความว่า
"...เมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า
เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนั้นไม่ช้าอับจน
เมืองใดไม่มีพณิชเลิศ เมืองนั้นย่อมเกิดขัดสน
เมืองใดไร้ศิลป์โสภณ เมืองนั้นไม่พ้นเสื่อมทราม
เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยาม
เมืองใดไร้นารีงาม เมืองนั้นสิ้นความภูมิใจ
เมืองใดไม่มีดนตรีเลิศ เมืองนั้นไม่เพริศพิสมัย
เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่นอน..."
บทประพันธ์นี้ถูกนำไปเผยแพร่ และกล่าวว่าเป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อ เมื่อเกิดคำถามว่า บทประพันธ์นี้ปรากฎในพระราชนิพนธ์เรื่องใด กลับไม่มีใครทราบ มีผู้พยายามหาคำตอบ ศึกษาบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ไม่พบปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์เรื่องใด แต่ยังมีผู้เผยแพร่อยู่ต่อไปว่าเป็นบทพระราชนิพนธ์ ปรากฏตามสื่อและเว็บไซต์ต่างๆ ก็มิได้แก้ไขให้ถูกต้อง
ศาสตราจารย์ มล.ปิ่น มาลากุล ได้เขียนลงใน"มานวสาร" ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 ม.ค.2528
บทความนั้นชื่อว่า " กังวลเรื่องเมืองกังวล "
"เมืองกังวล" คือชื่อเพลง ที่มีเนื้อร้องจากบทประพันธ์ "หัวใจเมือง"
กล่าวว่า...บทกลอนนี้ผู้แต่งคือ คุณถนอม อัครเศรณี
คุณถนอมประพันธ์กลอนบทนี้ให้โรงเรียนประจำอำเภอบ้านโป่ง (ราว พ.ศ. ๒๔๙๒) แรกนั้นตั้งชื่อว่า "หัวใจเมือง" ใช้นามปากกา "อัครรักษ์"
หลาย ปีต่อมา คุณสง่า อารัมภีร์ ประทับใจคำประพันธ์บทนี้เป็นพิเศษ จึงประพันธ์ทำนองเพลงเพื่อส่งเข้าประกวดในงานวชิราวุธานุสรณ์ โดยได้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่ว่า“เมืองกังวล” แต่คุณสง่า ได้โทรศัพท์สอบถามคุณถนอมว่าเป็นพระราชนิพนธ์หรือไม่ คุณถนอมได้ตอบคุณสง่าว่า “เป็นบทกลอนของผมเอง” คุณสง่าจึงไม่ส่งเพลงนี้เข้าประกวดเนื่องจากผิดกติกา

ปัญหาสุดท้ายที่ ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ม.ล. ปิ่น มาลากุล ยังติดใจสงสัยอยู่ก็คือใครหนอเป็นผู้นำเพลงที่ไม่ได้ส่งเข้าประกวดไปเผยแพร่
ประการ ต่อมา ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ เสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ แต่กลอนบทนี้ประพันธ์ขึ้นเมื่อราว พ.ศ. ๒๔๙๒ หลังปีเสด็จสวรรคตถึง ๒๔ ปี แล้วจะเป็นงานพระราชนิพนธ์อย่างไรได้ ในเมื่อผู้ทรงนิพนธ์ได้เสด็จสวรรคตไปแล้ว
และท้ายบทความท่านยังกล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า
"ความ เข้าใจผิดนั้นเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนย่อมมีกันได้ หากประเด็นสำคัญอยู่ที่เมื่อเราทราบแล้วว่าเราเข้าใจผิด เราควรยินดีที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดนั้นให้ถูกต้อง ผมเองไม่ได้เป็นผู้วิเศษมาจากไหน เพราะเข้าใจผิดมาก่อนเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเข้าใจผิดและทราบความจริงแล้ว ผมจะไม่ดันทุรังต่อไปเพียงเพื่อ " รักษาความเชื่อที่ฉันเคยเชื่อมา "
และมีจดหมายจากคุณถนอม อัครเศรณี ถึง " อิงอร " ด้วย(บางตอน)ว่า
"เพื่อนฝูง คิดดูเถิด บทกลอนของผมนั้นเปรียบได้เพียงเศษธุลี เป็นละอองธุลีพระบาทของบทพระราช นิพนธ์ในพระองค์ท่าน เมื่อมีเหตุการณ์ทำให้ประชาชนเกิดความสำคัญผิดพลาดเช่นนี้ ขืนเพิกเฉยต่อไปมิเท่ากับว่าผมปล่อยให้ราคีเกิดแปดเปื้อนแก่บทพระราชนิพนธ์ ในพระองค์ท่านด้วยความมิบังควรเช่นนั้นละหรือ? 


ช่วยชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจความเป็นจริงโดยถูกต้องด้วยเถิด-"อิงอร" เพื่อนรัก จะเป็นบุญคุณหาที่เปรียบมิได้

รักและสุจริตใจ

ถนอม อัครเศรณี

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๗
............
ขอขอบคุณ คุณฌานิศ วงศ์สุวรรณ...ท่านสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
บทความของ มล.ปิ่น มาลากุล และจดหมายของคุณถนอม อัครเศรณี   ได้ที่
http://hello-siam.blogspot.com/2008/07/blog-post_30.html
จากการถามพี่กูเกิ้ล เพื่อนำทางไปหาประวัติของคุณถนอม อัครเศรณี (ศิราณี)
แต่โชคดีได้รับความรู้ใหม่ข้างต้น
และยังไปเจออีกหลายบทความเช่น..10 กฎเหล็กในการเป็นศิราณี จากนิตยสารลิซ่า
มี บางเว็บ ไม่นำมาเปิดเผยในที่นี้จะดีกว่า...ศิราณีไขปัญหารัก มีภาพชายหนุ่มมากหน้าหลายตา เผยรสนิยมทางเพศ นุ่งน้อยห่มนิด หาเพื่อนทางเว็บไป...ซะงั้น
ศิราณี..ในความทรงจำของคนรุ่นเก่า(ก็ได้) คือ ผู้รอบรู้ไขปัญหารักผ่านอักษร
ศิราณี..ปัจจุบัน กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ให้คำปรึกษาปัญหาหัวใจโดยใครก็ตาม อาจผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต หรือ คนต่อคน
"อกหักเรอะ...มามะ ชั้นจะเป็นศิราณีให้เธอเอง"

Credit : http://www.oknation.net/blog/korpai

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น